ข่าวสาร ดูเพิ่มเติม

เมื่อไหร่จะแก้! Vivo Keyd โดนปรับแพ้หลังใช้บัคกล้อง Cypher

ไม่รู้จะต้องบ่นทีมแข่งหรือบ่น Riot กันแน่ เพราะรายการแข่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดอย่าง Valorant Champions กลับต้องมีการปรับแพ้เนื่องจากการใช้บัค ซึ่งเกิดในคู่ Vivo Keyd เจอกับ Ascend และเป็นบัคเดิมๆที่ทุกคนคุ้นเคยปัญหาบัคเป็นปัญหาใหญ่สำหรับ Valorant ซึ่งแม้แต่ทัวร์นาเม้นท์ชิงแชมป์โลกก็ไม่เว้น เมื่อทีมตัวแทนจากบราซิล Vivo Keyd ได้ใช้บัคกล้อง Cypher ในแผนที่ Breeze ในการเจอกับ Ascend ถึงแม้จะเอาชนะไปได้ แต่ก็โดนปรับแพ้ในภายหลังโดยทาง RiotDuring Map 3 of the series between Acend and VK, Jonathan "JhoW" Gloria, of Vivo Keyd, violated a rule of the VALORANT Global Competition Policy.Read more: https://t.co/WjqnDLETnC— VALORANT Champions Tour (@ValorantEsports) December 4, 2021 แต่คราวนี้กระแสไม่ได้มีใครด่าทีม Vivo Keyd ที่ใช้บัคแต่กลับเป็น Riot ที่รับแรงกระแทกไปเต็มๆ เพราะบัคที่ใช้เป็นตำแหน่งเดียวกับที่ X10 เคยใช้แบบพอดีเป๊ะ ทางคอมมูนิตี้จึงไล่ถล่มว่าบริษัทอย่าง Riot ไม่คิดจะแก้บัคนี้สักทีหรือ แค่สร้างสิ่งของมาบังเพิ่มก็แก้ได้แล้วทำไมถึงไม่แก้จนมาเกิดเรื่องอีกรอบรวมทั้งชุมชนบราซิลที่เดือดเป็นไฟ ด้วยความที่รู้สึกว่า Riot ตัดสินเข้าข้างฝั่ง NA เป็นพิเศษ เพราะตอนที่ Furia สู้กับ Sentinel ทางทีมบราซิลได้ใช้บัคบูสต์ตัวละครขึ้นไป ซึ่งทีมงานก็หยุดการแข่งเป็นเวลาครึ่งชั่วโมง ถึงแม้จะตัดสินว่าไม่ผิดกฎ แต่ผลสุดท้ายเป็น Sentinel เอาชนะไปได้ จนคนดูบ่นกันว่าทีมงานไม่เคยตรวจสอบเกมอะไรเลยหรือ เพราะเทคนิคหรือบัคพวกนี้ก็มีอยู่ตั้งนานแล้วการปรับแพ้ครั้งนี้ส่งผลให้ทีมที่โดนปรับแพ้จากบัคกล้องได้มาเจอกันเองเพราะ Vivo Keyd จะต้องเจอกับ X10 ในแมทช์ผู้แพ้ ซึ่งแฟนคลับชาวไทยไม่ค่อยอยากเจอเสียเท่าไหร่เนื่องจากฟอร์มของทีมบราซิลที่ดุดันเอามากๆสรุปแล้วดูจากท่าที Riot เราคงเห็นบัคพวกนี้อยู่กันอีกยาว เพราะไม่เช่นนั้นแล้ว คงถูกแก้ไปเรียบร้อยไม่มาเกิดซ้ำสองกลางศึกชิงแชมป์โลกแบบนี้ขอบคุณรูปภาพ Twitter ValorIntel

งาน LAN แบบไม่ LAN Nivera มีผลตรวจเป็นบวก Team Liquid ต้องแยกห้องแข่ง

Liquid จะยังลงแข่งในทัวร์นาเม้นท์นี้มีข่าวมาก่อนหน้านี้ว่า Nivera สมาชิกทีม Liquid มีผลตรวจเป็นบวก ทางผู้สื่อข่าวได้พยายามติดต่อผู้จัดงานเพื่อขอคำยืนยัน ซึ่งก่อนหน้านี้พวกเขายังไม่สามารถให้คำตอบที่กระจ่างได้ แต่ในที่สุดทางทีมผู้จัดก็ออกแถลงการณ์ยืนยันในคืนที่ผ่านมามีรายงานว่า Riot ใช้การทดสอบ PCR และพบว่าผลของ Nivera กลับมาเป็นบวกอีกครั้งเมื่อเร็ว ๆ นี้ ณ สถานที่จัดการแข่งขัน ซึ่งเขาเคยติดเชื้อ COVID-19 เมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อนหน้านี้ และหลังจากนั้นก็หายจากโรคแล้วจึงเดินทางมาเบอร์ลินด้วยNivera จะถูกจับแยกแข่งในห้องเดี่ยวสำหรับแมตช์แรกของทีมในการแข่ง VALORANT Champions เนื่องจากเขามีผลทดสอบ COVID-19 เป็นบวก รวมถึงปรับเปลี่ยนตารางแข่งเล็กน้อยเพื่อรองรับสถานการณ์จากประกาศของ Riot GamesStatement from Alex Francois, Global Head of Competitive Operations, VALORANT. pic.twitter.com/NGyVqSBPqj— VALORANT Champions Tour (@ValorantEsports) November 30, 2021 ตอนนี้ทุกทีมอยู่ในเบอร์ลินแล้ว และกำลังกักตัวเพื่อหลีกเลี่ยงการระบาดของ COVID-19 ซึ่งสามารถปกป้องและป้องกันการเลื่อนการจัดงานออกไป แต่ Nivera ของ Team Liquid มีผลตรวจเป็นบวก ซึ่งหมายความว่าเขาไม่สามารถเล่นกับทีมของเขาบนเวทีได้ ข่าวดีก็คือ Riot เตรียมพร้อมสำหรับสถานการณ์นี้และมีห้องที่โดดเดี่ยว ซึ่ง Nivera สามารถแข่งขันได้โดยไม่ต้องสัมผัสกับคนอื่น“นโยบายของเราระบุว่าในกรณีที่ผู้เล่นมีผลตรวจ COVID-19 เป็นบวก แต่รู้สึกดีพอที่จะแข่งขันและเลือกที่จะเล่น ทีมที่ได้รับผลกระทบและคู่ต่อสู้ของพวกเขาจะเล่นตามกำหนดการด้วยเครือข่าย LAN ที่สร้างขึ้นในสถานกักกัน ผู้เล่นที่ผลตรวจเป็นบวกจะแข่งขันจากห้องแยก ในขณะที่เพื่อนร่วมทีมและทีมตรงข้ามจะแข่งขันจากห้องซ้อมสองห้องในบริเวณใกล้เคียง ลำดับการแข่งขันในวันที่กำหนดอาจมีการเปลี่ยนแปลง”- Alex Francois, Global Head of Competitive Operations, VALORANTการแข่งขันจะดำเนินไปตามแผนเดิม แต่แมตช์ของ Team Liquid กับ KRU Esports ได้ถูกย้ายไปเป็นคู่สุดท้ายในวันที่ 2 ธันวาคม 2021 เนื่องจากการเล่นแบบแยกตัว ทำให้การแข่งขัน Sentinels กับ FURIA จะมีขึ้นเวลา 11.00 น. CT ในวันที่ 2 ธันวาคมLiquid ยืนยันว่า Nivera รู้สึกดี และจะแข่งขันกับทีมตามแผนที่วางไว้ แม้ไม่ได้อยู่ห้องเดียวกัน หากทีมเข้าสู่รอบตัดเชือก แฟน ๆ อาจได้เห็นสมาชิกทีมทั้งหมดแข่งขันกันบนเวทีหลัก

ตัวเต็งหรือม้ามืด? ควรเชียร์ทีมไหนใน Valorant Champions

Valorant Champions ศึกใหญ่ใกล้จะเริ่มแล้ว 16 ทีมที่ดีที่สุดจากทั่วโลกได้แข่งขันกันมาตลอดทั้งปีเพื่อเข้าร่วมงาน VALORANT ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์และเข้าชิงตำแหน่งแชมป์โลก แม้หลายคนจะมีทีมในใจที่คาดว่าจะไปได้ไกล แต่อะไรก็เกิดขึ้นได้ในอีสปอร์ต และเราอาจได้รับเซอร์ไพรส์จากม้ามืดในงานครั้งนี้ทีมจ่าฝูงทีมตัวเต็งที่มีโอกาสชนะการแข่งขัน พวกเขาได้แสดงความแข็งแกร่งและมาแรงในช่วงปี 2021Sentinelsทีมจากอเมริกาเหนือที่ปี 2021 นี้เกือบจะเป็นปีที่สมบูรณ์แบบสำหรับพวกเขา แต่ก็มีช่วงเวลาล้มเหลวสั้น ๆ ที่ Masters Berlin พวกเขาชนะการแข่งขัน Stage 1 และ 2 แต่กลับมาพ่ายแพ้ใน Stage 3 แม้จะเป็นเช่นนั้นพวกเขาก็ยังถือว่าเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ปลอดภัยที่สุดในงานนี้Gambit Esportsพวกเขาพลาดตำแหน่งเป็นทีมยุโรปที่ดีที่สุดใน Masters โดยไม่ได้ตั้งใจ Gambit เอาชนะฝ่ายตรงข้ามอย่างสมบูรณ์ที่ Masters Berlin และเป็นหนึ่งในการแสดงพลังที่โดดเด่นที่สุดในบรรดาทีมแข่ง Valorant ที่เราเคยเห็นทีมม้ามืดทีมที่ทำผลงานได้ดีเป็นพิเศษในการแข่งขันระดับภูมิภาค แต่ล้มเหลวในเวทีระดับนานาชาติ ทุกคนสมควรได้รับโอกาสครั้งที่สอง และมันไม่มีอะไรต่างหากพวกเขาจะแสดงความแข็งแกร่งบนเวทีแห่งนี้เหมือนที่ทำในระดับภูมิภาคCrazy Raccoonเป็นหนึ่งในทีมที่โดดเด่นที่สุดของญี่ปุ่น พวกเขาเริ่มต้นจาก Stage 1 ด้วยการชนะการแข่ง Masters ทีมได้ผ่านเข้ารอบทั้ง Masters Berlin และ Masters Reykjavik แต่ไม่นานก็แพ้ให้กับทีมจากภูมิภาคอื่น ตอนนี้พวกเขาได้เข้าสู่ Masters และถือเป็นโอกาสเดียวของ CR ที่จะทำให้ทีมเป็นที่รู้จักในสายตาของผู้คนทั่วโลก CR จะขึ้นสู้กับ Gambit Esports และหากสามารถเอาชนะผู้นำยุโรปได้ ก็จะทำให้พวกเขาเป็นที่น่าจับตามองของทุกคนFURIAพวกเขาชนะรอบคัดเลือก South Amerian Last Chance Qualifier และทีมก็ไม่มีใครสังเกตเห็นในช่วงครึ่งปีที่ดีขึ้นของปี 2021 FURIA จะพบกับ Sentinels ซึ่งเป็นความท้าทายที่ใหญ่ที่สุด หากพวกเขาผ่าน Sentinels ไปได้ จะเป็นการเปิดฉากการแข่งขันและพลิกเรื่องราวครั้งใหญ่ที่สุดในงานนี้ทีมรองบ่อนทุกคนชอบเรื่องราวสุดคลาสสิค อีสปอร์ตก็ไม่ต่างกัน ทีมเหล่านี้ได้เข้าสู่เวทีที่ใหญ่ที่สุดของพวกเขา และไม่มีอะไรจะเสียแล้วFULL SENSEพวกเขาไม่ใช่ทีมที่อ่อนแอเมื่อเทียบกับทีมที่ดีที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่โชคไม่ดีที่ FS ต้องอยู่ร่วมกลุ่มกับ Cloud9, Vision Strikers และ Fnatic จากอัตราต่อรองของแต่ละทีม FS คงต้องสร้างปาฏิหาริย์เพื่อให้ผ่านเข้าสู่ 8 อันดับแรกTeam Secretชุมชน Valorant ของงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังหยั่งรากลึกสำหรับ Bren Esports ที่ Masters Berlin แต่ชะตากรรมของทีมถูกผนึกไว้ก่อนที่จะได้ลงแข่ง และเป็นทีม Team Secret ที่รับเอาสมาชิกทั้งหมดของ Bren ไว้และมุ่งหน้าสู่เบอร์ลิน พวกเขาอาจต้องเผชิญหน้ากับ Gambit ซึ่งเป็นทีมเดียวที่ไม่มีใครอยากเผชิญหน้าในนัดแรกของการชิงแชมป์โลกValorant Champions จะทำการแข่งขันในวันที่ 1-12 ธันวาคม 2021 อีกไม่นานเราก็จะได้ทราบบทสรุปและต้อนรับแชมป์โลกทีมแรกของ Valorant

ยุคสมัยแห่ง Na'Vi s1mple และผองเพื่อนคว้าแชมป์ BLAST Premier

จากฟอร์มของ Natus Vincere ในตอนนี้เรียกว่า CSGO ได้เข้าสู่ยุคสมัยใหม่อย่างแท้จริง หลังจากเพิ่งคว้าแชมป์ PGL Major มาหมาดๆ พวกเขาก็ทำได้อีกครั้งหลังบดเอาชนะ Vitality ย้ำแค้นไปได้จากรอบชิงสายบน เก็บแชมป์ BLAST Premier: Fall Finals 2021ก่อนหน้ารอบชิงนั้น Vitality กับ Natus Vincere เจอกันมาก่อนแล้วในรอบชิงสายบนและเป็น Natus Vincere ไล่ถล่มยับ 2-0 แผนที่ แต่คราวนี้กลับมาถือว่า Vitality ทำการบ้านได้ดี สู้ได้อย่างสูสีแถม พลิกเอาชนะในแผนที่ Nuke ซึ่ง Natus Vincere เป็นคนเลือกเองมากับมือแบบขาดลอย จนต้องไปจบกันในแผนที่ Infernoแต่ s1mple และผองเพื่อนก็เครื่องติดมาในแผนที่สุดท้าย รวมแล้วเจ้าตัวยิงไปถึง 76 Kill +/- K/D ไปถึง +30 เรียกว่าไม่แบ่งให้ใครในทีม และบดเอาชนะ Vitality ในแผนที่สุดท้ายไปได้อย่างไม่ยากเย็นคว้าแชมป์ BLAST Premier: Fall Finals 2021 พร้อมเงินรางวัล 225,000 ดอลล่าร์สหรัฐThat was a BIT intense 💥GZ @natusvincere #BLASTPremier pic.twitter.com/vRDtbqaGzQ— NAVI FALL FINAL CHAMPIONS 💥 (@BLASTPremier) November 28, 2021 และแน่นอนตำแหน่ง MVP คงไม่หนีไปไหน s1mple คว้าไปประดับโปรไฟล์ได้อีกครั้งด้วย Rating สูงถึง 1.39 และ K/D 1.57The best of the best 🐐Fall Final @Maersk MVP 💥#BLASTPremier pic.twitter.com/Z7rX1WTMQ9— NAVI FALL FINAL CHAMPIONS 💥 (@BLASTPremier) November 28, 2021 รวมแล้วตอนนี้ Natus Vincere ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมตั้งแต่ต้นเดือนกรกฎาคมที่คว้าแชมป์ IEM Cologne มาได้หลังจากนั้นทุกงาน Offline รวมแล้ว 3 รายการก็เป็นพวกเขากวาดแชมป์ไปได้ทั้งหมด ถือเป็นการเริ่มต้น Na’Vi era อย่างแท้จริงขอบคุณรูปภาพ Twitter BLASTPremier

Result